วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปลาสินสมุทรบั้ง




 
  ปลาสินสมุทรบั้ง



ชื่ออังกฤษ      Regal Angelfish


ชื่อวิทยาศาสตร์   Pygoplites diacanthus

ตระกูล   Chastodontidae


แหล่งที่อยู่  พบในเขตร้อน อินโด-แปซิฟิก


ลักษณะ  รูปร่างคล้ายปลาตระกูล Pomacanthus

  • สี  สีของลูกปลาและปลาที่โตแล้วจะต่างกัน ตอนเป็นลูกปลาจะมีแถบสีอ่อนซึ่งมีขอบสีเข้ม 4 แถบพาดผ่านสีข้างช่วงตอนท้ายของครีบหลังจะมีปื้นสีเข้มขนาดใหญ่ ส่วนปลาที่โตแล้ว ตอนบนของหัวจะมีสีฟ้าอมเทา จมูก ลูกคางและหน้าอกจะเป็นสีเหลืองอ่อน ลำตัวมีสีส้มสดเป็นสีพื้นและมีแนวสีฟ้า่อ่อน ขอบเข้มอีก 5-9 เส้นแนวพาดตรงจากหลังจรดบริเวณท้อง ครีบหางสีเหลืองสด

ขนาด   ประมาณ 10นิ้ว ( 25 ซม. )


สภาพแวดล้อม  อุณหภูมิ  79 - 84 องศาฟาเรนไฮด์ ( 26 - 29 องศาเซลเซียส )


ค่า pH มากกว่า 8 ความหนาแน่นของน้ำ 1,020 -1,023


การส่องสว่าง    ชอบแสงสว่าง


อุปนิสัย ชอบอยู่ตัวเดียว หวงอาณาเขต เวลาเลี้ยงในตู้ปลาจะมีลักษณะที่ก้าวร้าวมาก ควรเลี้ยงตัวเดียวในตู้ปลาขนาดใหญ่


การเลี้ยงดู    ตามธรรมชาติกิน mollusk และมีเปลือกแข็งประเภท ปู กุ้งหอย และ tubfex  ต้องการอาหารประเภทผักจำนวนมาก ควรให้วิตามินอาทิตย์ละครั้ง


ข้อแนะนำ   เข้าได้ดีกับปลา butterfly fish และ Paracanthurus hepatus

ปลากระพง




 ปลากระพง

ชื่อสามัญ                 Snappers

ชื่อวิทยาศาสตร์        Lutjanidae

ขนาดลำตัว             20 -70 เซ็นติเมตร


ลักษณะโดยทั่วไป


- ปลากระพงโดยทั่วไปแล้วจะเป็นปลาขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ 

- ตัวเต็มวัยอาจมีขนาดได้ตั้งแต่ 20-70 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับเป็นปลากระพงสายพันธุ์ใด

- มีรูปร่างลำตัวหนาและด้านข้างแบน หัวโต จะงอยปากค่อนข้างยาวและแหลม นัยน์ตาโต ปากกว้างยืดหดได้ มุมปากอยู่เลยไปทางหลังนัยน์ตา ฟันเป็นฟันเขี้ยวอยู่บนขากรรไกรบนและล่าง ขอบกระดูกแก้มเป็นหนามแหลม ขอบกระดูกกระพ้งเหงือกแข็งและคม คอดหางมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เกล็ดใหญ่มีขอบหยักเป็นหนามเมื่อลูบจะสากมือ ครีบหลังอันแรกมีก้านครีบเป็นหนามแข็ง ปลายแหลม อันที่สองเป็นครีบอ่อนมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน ครีบใหญ่ปลายกลมมน


- พื้นลำตัวสีขาวปนน้ำตาล แนวสันท้องสีขาวเงิน บางพันธุ์ยาวสุด 2 เมตร หนักได้ถึง 60 ก.ก. 


-โดยปลาที่พบในทะเลจะมีขนาดใหญ่กว่าปลาที่พบในน้ำจืด


- ปลากระพงมักจะอยู่ร่วมตัวกันเป็นฝูง


อาหารของปลากระพง  ได้แก่ สัตว์ในกลุ่มครัสเตเซี่ยน หรือเป็นพวกปลา กุ้งที่มีขนาดตัวเล็ก

  • ปลากระพงถ้ายังไม่โตเต็มวัย อาจพบได้บริเวณแหล่งน้ำกร่อยใกล้ชายฝั่ง และพวกมันจะอพยพไปสู่ท้องทะเลเมื่อโตเต็มวัย แหล่งที่อยู่ของปลากระพงตัวเต็มวัย คือ บริเวณแนวปะการังต่างๆ เป็นต้น

ปลาเก๋าหรือปลากะรัง




 ปลากะรังหรือปลาเก๋า



ชื่อสามัญ                  Greasy Grouper, Brown-Spotted Rockcod

ชื่อวิทยาศาสตร์         Epinephelus tauvina ( Forskal )

ขนาดลำตัว              90 เซนติเมตร

ลักษณะโดยทั่วไป

- ปลาเก๋าสำหรับเลี้ยงเพื่อสวยงามนั้นมีอยู่หลายพันธุ์ โดยลักษณะโดยรวมๆของแต่ละพันธุ์จะมีลำตัวที่ค่อนข้างกลมเรียวปากกว้าง ครีบมีลักษณะที่แข็งแรง 

- ลำตัวยาวป้อม แบนข้างเล็กน้อย เกล็ดเล็กสีตามตัวและครีบเป็นดอกดวง แต้ม หรือ บั้ง ฉูดฉาดหรือคล้ำลึกแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดและขนาด 

- ครีบหลังแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรกเป็นก้านครีบแข็ง ตอนหลังเป็นครีบอ่่อนมีลักษณะโปร่งใส

แหล่งอาศัยของปลาเก๋า

- ได้แก่ตามพื้นทะเล ปลาเก๋านี้นอกจากเลี้ยงเพื่อความสวยงามแล้ว นิยมนำมารับประทานด้วย  

- ปลาเก่านี้สามารถพบได้ ทั้งน้ำทะเล น้ำจืด และน้ำกร่อย

ขนาดของปลาเก๋า

- ปลาเมื่อโตเต็มที่แล้วจะยาวประมาณ 90 เซนติเมตร

- แต่ในบางชนิดแล้วมีขนาดความยาวไม่ีกี่เซนติเมตร จนถึง 2.5 เมตรหรือ 3 เมตร หนักถึง 400กิโลกรัม ซึ่งเป็นชนิดหนึ่งของปลาในสกุลนี้


ปลาเก่าบางชนิดสามารถปรับเปลี่ยนเพศได้ตามวัย ซึ่งในบางชนิดเล็กจะเป็นเพศเมียแต่เมื่อโตขึ้นน้ำหนักราว 7 กิโลกรัม จะเป็นเปลี่ยนกลายเป็นเพศผู้



ปลากะรังจิ๋ว

ชื่อสามัญ              Lyretail basslet

ชื่อวิทยาศาสตร์     Pseudanthias squaamipinnis

ขนาดลำตัว          15  เซนติเมตร


ลักษณะโดยทั่วไป

- ปลาเก๋าจิ๋ว  เป็นปลาสวยงามจัดอยู่ในตระกูลปลาเก๋า หรือปลากะรังเช่นกัน แต่ขนาดเล็กกว่ากันมาก พวกมันกินแพลงตอนและปะการังอ่อนเป็นอาหาร ปลากะรังจิ๋วมีสีสันสวยงามน่าเลี้ยง มีหลายพันธุ์มากมาย เช่น Yellow spotted anthias ,Square anthias , Brazillan gramma, Harlequin basslet, Royal gramma เป็นต้น

สำหรับปลาเก๋าที่พบในทะเล มักมีนิสัยชอบอยู่ตามลำพังหรือเป็นคู่โดยไม่กี่ตัวตามโขดหิน แนวปะการังหรือกองหิน กองซากปรักหักพังใต้น้ำ ออกหาหินในเวลากลางคืน สามารถพบได้ตามปากแม่น้ำหรือตามป่าชายเลน 

- ปลาเก่า มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะปลาเก๋าหลายชนิดนิยมใช้เพื่อบริโภคเป็นปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลากะรังปากแม่น้ำ หรือ ปลาเก๋าเสือ ซึงมีการเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพเพื่อบริโภค ดดยนิยมเลี้ยงในกระชัง

ปลาหูช้าง





ปลาหูช้าง


ชื่อสามัญ               Angelfish, Round Batfish

ชื่อวิทยาศาสตร์       Platax orbicularis ( Forskal )

ขนาดลำตัว           40 - 60 เซนติเมตร


ลักษณะโดยทั่วไป


- ปลาหูช้าง ลำตัวแบนทางด้านข้าง สันด้านหลังมีส่วนโค้งมาก ลำตัวของปลาหูช้างจะค่อนข้างอ้วน 

- ครีบหูและครีบท้องอยู่ในแนวเดียวกัน ครีบหางปลายตัดตรง

- ลำตัวสีน้ำตาล มีแถบสีดำพาดขวาง 3 แถบ 

- ในปลาขนาดเล็ก ครีบหลัง ครีบก้น และครีบท้องค่อนข้างยาวมาก และจะหดสั้นเมื่อโตขึ้น ปลาขนาดเล็กจะมีสีส้มคล้ายใบไม้ เพื่อเป็นการอำพรางตัว

- ปลาหูช้างสามารถโตและมีความยาวได้ถึง 50 เซนติเมตร



อุปนิสัยของปลาหูช้าง


- ปลาหูช้างเป็นปลาีที่ค่อนข้างรักสงบ ค่อนข้างเชื่องช้า ขี้ตกง่าย เมื่อปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้แล้วจะมีความทนทานสูง โตเร็ว กินอาหารได้แทบทุกชนิด ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงตามแนวปะการั


อาหารของปลาหูช้างที่ใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์


- ปลาสดจำพวกปลาหลังเขียวและปลาข้างเหลือง นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆผสมวิตามินรวม โดยให้อาหาร 2 วันต่อครั้ง

สำหรับพันธุ์ปลาหูช้าง Round Batfish จะมีจุดสังเกตุอีกจุดหนึ่งของปลาหูช้าง ทางด้านบนส่วนหัวของปลาจะมีโหนกมองดูคล้ายๆกับหัวของช้างเช่นกัน

สำหรับปลาหูช้าง Teira Batfish จะมีส่วนของรูปร่างเหมือนกับหูช้างมากทีเดียว



- ปลาหูช้าง ชอบอาศัยอยู่ตามกองหินใต้น้ำริมชายฝั่งทะเลทั้งในอ่าวไทย และฝั่งมหาสมุทรอินเดีย

ปลาไหลมอเรย์





ปลาไหลมอเรย์

ชื่อสามัญ             Morayfish

ชื่อวิทยาศาสตร์     Moray eels

ขนาดลำตัว  ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร

ลักษณะโดยทั่วไป

- ปลาไหลมอเรย์ เป็นปลาไหลในตระกูลปลา Muraenidae ปลาชนิดนี้จัดว่าเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างมีพิษพอตัวเลยทีเดียว

- แหล่งอาศัยของปลาไหลมอเรย์ จะพบตามโพรงหิน ปลาไหลชนิดนี้มีความสามารถในการขุดโพรงเป็นที่หลบซ่อนตัวได้เก่งมาก

- เวลาในการออกหากินจะออกหากินเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น

- สามารถพบได้ทั้งอยู่ตัวเดียวและอยู่รวมกันเป็นฝูง

- รูปร่างของปลาไหลมอเรย์ดูผิวเผินแล้วจะคล้ายปลาไหลทั่วๆไป มีผิวหนังเรียบหนาและลื่นมาก ไม่มีเกล็ดปกคลุมร่างกาย

- หน้าตาโดยรวมแล้วค่อนข้างหน้ากลัว เพราะมีเขี้ยวแหลม และยังมีการอ้าปากเป็นระยะๆ เพื่อการหายใจด้วย

- ปลาไหลมอเรย์มีความสามารถในการสัมผัสกลิ่นได้ดีมาก













ปลาไหลมอเรย์จุดขาว
ชื่อสามัญ                   White-spotted moray
ชื่อวิทยาศาสตร์           Gymnothorax rueppelliae


ลักษณะโดยทั่วไป

- ปลาไหลมอเรย์จุดขาว จะมีจุดสีขาวเล็กๆกระจายอยู่ทั่วบริเวณลำตัว การหากินจะออกหากินตอนกลางคืน





ปลาไหลมอเรย์ปานดำ

ชื่อสามัญ             Black-spotted moray

ชื่อวิทยาศาสตร์     Gymnothorax tessellata

ลักษณะโดยทั่วไป


- ปลาไหลมอเรย์ปานดำ สีผิวหนังจะเป็นสีขาวถูกตัดสีกันอย่างลงตัวด้วยสีน้ำตาลเข้ม 

- ปลาไหลมอเรย์ปานดำ ( Black-spotted moray- Gymnothorax tessellata ) พบตามเรือจม หรือกองหินกลางอันดามันเจอบ่อยที่หมู่เกาะจังหวัดระนอง ไม่ค่อยพบตามทะเลอื่น


ปลาไหลมอเรย์ นี้อาศัยอยู่ถิ่นไหนสามารถบอกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ ของแนวปะการังได้เป็นอย่างดี เพราะว่ามันเป็นสัตว์จำพวกล่าเหยื่อ โดยเฉพาะกุ้งและปูเป็นอาหาร


ปลานกขุนทอง





  ปลานกขุนทอง

ชื่อสามัญ  Wrasses

ชื่อวิทยาศาสตร์  Labridae

ขนาดลำตัว  10-15 เซนติเมตร

 
ลักษณะโดยทั่วไป

- ปลาขุนทองเป็นปลาที่โดดเด่นตามแนวปะการัง ขนาดของปลาขุนทองตัวเต็มวัยอยู่ที่ระหว่าง 10-50 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับว่าเป็นปลาขุนทองชนิดอะไร เช่น ปลานกขุนทองหัวโหนก ( Napoleon wrasse ) เมื่อโตเต็มวัยอาจจะมีความยาวถึง 2 เมตรก็ได้


- ปลาพันธุ์นี้ไม่ค่อยอยู่รวมตัวกันเป็นฝูง นอกเสียจากว่าเป็นฤดูกาลผสมพันธุ์ื จะเห็นว่าปลานกขุนทองจับกลุ่มอยู่กันเป็นฝูง เหมือนฝูงปลาอื่นๆ เช่นกัน 


- อาหารโปรดของปลา ได้แก่ สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กตามพื้น แต่ปลานกขุนทองบางตัวก็กินปลาขนาดเล็กด้วย การดูเพศของปลาถ้ายังไม่โตเต็มวัยดูได้ยาก เพราะว่าปลาตัวเมียสามารถกลายเป็นปลาตัวผู้ที่มีสีสันสดใสได้ด้วย
 
 




ปลาขุนทองพยาบาล

ชื่อสามัญ  cleaner wrasse

ชื่อวิทยาศาสตร์  Labroides dimidiatus


ลักษณะโดยทั่วไป

- ลายของปลาขุนทองพันธุ์นี้ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนปลาตัวอื่นๆ การสังเกตปลาพันธุ์นี้ดูได้จากเส้นแถบสีดำ จะคาดยาวจากปากของปลาจรดปลายหางของปลา สีพื้นบริเวณลำตัวจะพบได้หลากหลาย เช่น สีขาว สีน้ำเงินปนเหลือง สีขาวปนเหลือง เป็นต้น
 
 
 
 


ปลาขุนทองเขียวพระอินทร์

ชื่อสามัญ  Moon Wrasse

ชื่อวิทยาศาสตร์   Thalassoma lutescens

ลักษณะโดยทั่วไป

- ลักษณะของปลาก็สมกับชื่อเป็นอย่างมาก ปลาขุนทอง เขียวพระอินทร์ลำตัวจะเป็นสีเขียวขอบเส้นลำตัว, ลายบริเวณหน้า และหูเป็นสีชมพู

ปลาสร้อยนกเขา




ปลาสร้อยนกเขา ( สร้อยปากหมาลายตาข่าย )

ชื่อสามัญ  Sweetlip chaetodonoides

ชื่อวิทยาศาสตร์  Plectorhynchus chaetodonoides Lacepede


  • ลักษณะโดยทั่วไป
- ปลาพันธุ์นี้ ลำตัวค่อนข้างแบน ทางด้านช้างครีบหลังทั้งสองข้างตอนจะติดกัน ครีบหลังตอนหน้ามีก้านครีบอยู่ตรงกลาง ครีบตอนหลังเป็นครีบอ่อนรูปโค้ง ส่วนครีบตรงทวารเป็นรูปสามเหลี่ยม หากคลี่ออกมาแล้วจะมีลักษณะคล้ายรูปพัด ลำตัวมีสีขาวลายน้ำตาล






ปลาสร้อยนกเขา ( ตะเภาม้าลาย )

ชื่อสามัญ    Oriental Sweetlip

ชื่อวิทยาศาสตร์  Plectorhynchus orientalis ( Bloch )

ลักษณะโดยทั่วไป
- ลำตัวเรียว ด้านข้างคล้ายมีดอีโต้ หน้าผากเป็นรูปโค้งและตั้งฉากลงมายังปาก ครีบหลังสองตอนติดกันตอนหน้ามีก้านครีบแข็ง ส่วนตอนหลังเป็นครีบอ่อน ครีบตรงทวารเป็นรูปไข่ หางลักษณะเป็นปลายตัด สีของปลาเมื่อยังเล็กอยู่นั้น ผิวจะมีสีดำ พอโตขึ้นลำตัวปลาจะเป็นสีขาว และสีดำของผิวปลาตอนเด็กก็จะกลาย มาเป็นลายบนตัวปลาคาดตามความยาวของปลาสลับกับพื้นที่สีขาว นี่แหละที่มาของปลาม้าลายจริงๆ



ปลาสร้อยนกเขา อาศัยอยู่ตามหน้าดิน หรือตามแนวปะการัง พบทั่วไปทั้งตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน